วิธีเลือกซื้อประกันชีวิตแบบคุ้มค่าต้อง “ตอบโจทย์” ชีวิตมากที่สุด
รู้จักประกันชีวิตแต่ละแบบ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และวัตถุประสงค์ของการทำประกันไม่ว่าจะเป็นการออม หรือ ต้องการเพียงการคุ้มครอง
ด้วยภาวะโรคระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นมาเกือบ 2 ปีเต็มทำให้คนไทยตื่นตัวในการทำประกันชีวิตเพิ่มขึ้น เพราะบางคนต้องการความคุ้มครองความเสี่ยงที่อาจเกิดจากเหตุไม่พึงประสงค์ใดๆ ต้องการมรดกให้คนที่อยู่ข้างหลัง ขณะที่บางคนก็สนใจซื้อประกันชีวิตเพื่อเป็นการออมควบคู่ไปกับการลดหย่อนภาษี บางรายก็ต้องการความมั่นคงมีเงินไว้ใช้สอยหลังเกษียณอายุ นอกจากนี้ประกันชีวิตยังสามารถได้รับความคุ้มครองควบคู่ไปกับการลงทุนได้ด้วย
ผศ.ดร.เบญจลักษณ์ ศกุนะสิงห์ อาจารย์ประจำภาควิชาบริหารธุรกิจ วิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดล ให้ความรู้เรื่องการ “เลือกซื้อประกันชีวิตแบบไหนคุ้มสุด” ก่อนอื่นต้องรู้จัก และ เข้าใจก่อนว่าการประกันชีวิต คือ อะไร หลักๆ การซื้อประกันชีวิตเป็นการซื้อความคุ้มครองให้ตัวเราเมื่อเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ จะได้รับการคุ้มครองและการชดเชย
ประกันชีวิต แบ่งเป็น 5 ประเภท
1.ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาหนึ่ง (Term Insurance)
เป็นประกันแบบชั่วคราวหลักเกณฑ์ง่ายๆ คือ อาจจะคุ้มครองช่วง 5 ปี หรือ 10 ปี ประกันแบบนี้ แต่ละปีเราจะจ่ายเบี้ยประกันไปเรื่อยๆ คล้ายกับจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ ถ้าปีไหนไม่เกิดเหตุ เราก็จะไม่ได้รับผลประโยชน์จากกรมธรรม์นั้น เมื่อสิ้นสุดสัญญาก็หมดไป ประกันแบบชั่วคราวไม่มีลักษณะของเงินออม
2.ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ(Whole Life Insurance)
ประกันชีวิตแบบนี้คุ้มครองเราอายุ 90 หรือ 99 ปี ระยะเวลาส่งเบี้ย 7, 10 หรือ 20 ปี ระยะเวลาที่คุ้มครองระยะยาวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่รับผลประโยชน์ เมื่ออายุถึง 90 ปี หรือ กรมธรรม์ ครบกำหนดก็จะได้รับเงินก้อนใหญ่ แต่ถ้าเราเสียชีวิตไปก่อน ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์ก็จะได้รับเงินก้อนนี้ไปแทน ประกันชีวิตแบบนี้เหมาะกับคนที่วางแผนระยะยาวต้องการสร้างหลักประกันและมรดกให้กับครอบครัว
3.ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือออมทรัพย์ (Endowment)
เงินส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องของทุนประกันอีกส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องของการออม ดังนั้นใครที่ต้องการจะออมและนำเงินจากการออมไปลดหย่อนภาษี จึงเหมาะกับประกันชีวิตแบบนี้
4.ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity)
เป็นการออมระยะยาว คือ เริ่มออมตั้งแต่วันนี้จนกระทั่งเกษียณอายุ หลังจากเกษียณอายุจะมีรายได้ไว้ใช้จ่ายจนกระทั่งสิ้นอายุขัย ข้อดีของประกันบำนาญ คล้ายๆ กับประกันแบบสะสมทรัพย์เป็นการบังคับออม แต่เป็นการออมเพื่อเน้นเอาไว้ใช้ยามเกษียณอายุ
5.ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน หรือ ยูนิตลิงค์ (Unit-Linked)
ปัจจุบันได้รับความนิยมมาก เงินที่เราซื้อประกันแบบยูนิตลิงค์ ส่วนหนึ่งซื้อเพื่อประกันชีวิต อีกส่วนหนึ่งจะนำไปลงทุน แต่อย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยงควบคู่ไปด้วย ดังนั้นผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนแบบยูนิตลิงค์ อาจจะไม่ได้ดีเท่าที่ไปลงทุนในกองทุนรวมโดยตรงการลงทุนมีความเสี่ยงต้องพึงระวังเอาไว้
ผศ.ดร.เบญจลักษณ์ ศกุนะสิงห์ อาจารย์ประจำภาควิชาบริหารธุรกิจ วิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดล ย้ำว่า การประกันชีวิตทั้ง 5 ประเภท ถ้าซื้อความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ถึง 100,000 บาทต่อปี ส่วนประกันบำนาญ สามารถลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ หรือไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี ถ้านำไปรวมกับกองทุนรวม RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) และ กองทุนการออมแห่งชาติ(กอช.) ก็จะสามารถลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
ถ้าถามว่าจะซื้อประกันแบบไหนดีที่สุด แต่ละคนมีความต้องการมีความคุ้มครองไม่เหมือนกัน คำตอบคือ “เลือกให้ตอบโจทย์ชีวิตเรามากที่สุด”
ขอบคุณข้อมูลจาก Youtube : Mahidol Channel
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB